เริ่มต้นใช้งาน Webmin ตอนที่ 2 – BIND DNS Server

อย่างที่ผมเคยพูดไว้ ว่าการดูแล DNS Server เองนั้นเป็นเรื่องที่วุ่นวาย ดังนั้นทางที่ดีจึงควรใช้ DNS Server ของผู้ให้บริการที่เราไปจดโดเมนเอาไว้ดีกว่าครับ แต่ในกรณีที่ไม่มี หรือว่าอยากจะดูแลเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ ก็จำเป็นที่จะต้องจัดการเองครับ

ในตัว Webmin เอง ก็มีหน้าจอสำหรับจัดการ DNS Server สำหรับเว็บของเราเองเหมือนกันครับ โดยโปรแกรมที่ใช้เป็น DNS Server นั้น บน Linux จะใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า BIND DNS Server บางทีจะเรียกชื่อ service ว่า named ครับ

มาลองทำตามขั้นตอนนี้เลยนะครับ

1. ตั้งค่าเริ่มต้นให้กับโปรแกรม

ให้ล็อกอินเข้าโปรแกรม Webmin ให้เรียบร้อยนะครับ แล้วเลือกเมนู Servers จะมีเมนูย่อยชื่อว่า BIND DNS Server ก็ให้คลิกเลือกเมนูย่อยนี้เลย

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยตั้งค่ามาก่อน จะเห็นหน้าจอดังรูปนี้ครับ

bind001

มันจะถามว่ายังไม่มีไฟล์ Configuration อะไรเลย จะให้สร้างใหม่เลยหรือเปล่า ก็ให้เลือกตัวเลือกเริ่มต้นของมันครับ ที่บอกว่า “Setup as an internet name server, and download root server information” หมายความว่าให้เราติดตั้งค่าของโปรแกรม BIND ให้เป็น Name Server บนอินเตอร์เน็ต และดาวน์โหลดข้อมูลเริ่มต้นมาเก็บไว้ด้วย

แล้วก็กดปุ่มใหญ่ๆ ที่เขียนว่า “Create Primary Configuration File and Start Nameserver” ได้เลย รอสักครู่ ก็จะขึ้นหน้าจอเมนูหลักสำหรับตั้งค่าโปรแกรม BIND ครับ

2. เมนูหลักของ BIND

หน้าจอเมนูหลักของโปรแกรม BIND จะเป็นดังรูปนี้ครับ

เมนูหลักของ BIND

ที่เมนูนี้จะเห็นมีเมนูต่างๆมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็อ่านไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเราใช้จริงๆแค่ไม่กี่เมนู เมนูที่เหลือเอาไว้สำหรับการตั้ง DNS แบบพิสดาร ซึ่งคนทำเว็บอย่างเราไม่จำเป็นต้องไปรู้มากครับ

ให้เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่าง จะเห็นหัวข้อ Existing DNS Zones ครับ ส่วนนี้แหละที่เราจะใช้บ่อยๆ เนื่องจากแต่ละ Zone ก็หมายถึงโดเมนอันนึงนั่นเองครับ ซึ่งถ้าเราไม่เคยยุ่งกับ BIND มาก่อน เราจะเห็นอยู่ Zone เดียว คือ Root zone ครับ

3. ลบข้อมูล Root Zone ทิ้งซะ

Root zone นี้ มีไว้สำหรับกรณีที่เวลาคนใช้ DNS Server ของเราหาชื่อโดเมนที่เราไม่ได้ใส่ค่าไว้ มันจะไปถามต่อจาก DNS หลักมาให้อีกต่อนึง ดังนั้นถ้าเราไม่อยากให้คนมาถามหาที่อยู่ของเว็บอื่นที่ไม่ได้เป็นของเรา ก็ควรจะลบข้อมูล Root zone ทิ้งนะครับ เกิดมีใครมาแอบใช้ DNS Server ของเราเพื่อท่องอินเตอร์เน็ต แทนที่จะใช้ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเขาเอง เครื่อง VPS ของเราก็จะทำงานฟรีซะเปล่าๆ

การลบก็ง่ายๆ ให้คลิกที่คำว่า Root zone เพื่อเข้าไปแก้ไข ก็จะเห็นหน้าดังนี้

แก้ไข Root zone

ให้คลิกที่ปุ่ม Delete Root Zone ครับ มันจะมีหน้ามาถามยืนยันอีกครั้ง ก็ให้กด Delete zone ไปเลยครับ ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ เพราะถ้าอยากให้มันกลับมาก็ทำได้อยู่ดี มี Webmin ซะอย่าง ไม่ต้องกลัวครับ

4. สร้าง Master zone ของโดเมนของเรา

ต่อไปเราก็มาจัดการเรื่องของเว็บเราได้แล้วครับ สมมติผมไปจดโดเมน hellomaffia.com มา แล้วจะเอามาใส่ใน DNS Server ก็แค่คลิกลิงค์ที่คำว่า “Create master zone” จะมีแบบฟอร์มที่ดูเหมือนจะยุ่งยากขึ้นมาดังรูปครับ

สร้าง Master Zone ของเรา

ผมขออธิบายความหมายของแต่ละช่องคร่าวๆนะครับ

  • Zone Type หมายความว่าเราจะสร้าง Zone ที่เก็บข้อมูลแบบ Forward ซึ่งหมายถึงแปลงชื่อเครื่องเป็น IP Address หรือจะสร้างแบบ Reverse ซึ่งหมายถึงแปลง IP Address เป็นชื่อเครื่อง ซึ่งในกรณีนี้เราจะใช้แบบ Forward ครับ ซึ่งมันเลือกไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรมัน
  • Domain name / Network ก็ให้กรอกชื่อโดเมนของเราไปครับ เช่นของผม ก็จะกรอกว่า hellomaffia.com
  • Record file หมายความว่าเราจะเก็บข้อมูลไว้ที่ไฟล์ไหน ปล่อยให้เป็น Automatic ตามเดิมไปน่ะดีแล้วครับ
  • Master server หมายความว่า Zone ที่กำลังจะสร้างอยู่เนี่ย DNS Server หลักคือเครื่องไหน ก็ให้ใส่เป็นชื่อเครื่องของเราที่กำลังจะใช้เป็น Name Server ไปเลยครับ เช่น ns1.jlatte.com แต่อย่าลืมว่าชื่อเครื่องนี้ จะต้องเป็นชื่อเครื่องที่จดโดเมนแล้ว และใช้งานใช้การได้จริงๆแล้วนะครับ ไม่ควรใส่เป็นชื่อโดเมนใหม่ที่กำลังทำอยู่ เพราะไม่งั้นเครื่อง Name Server หลักของโลกจะหา Name Server ของเราไม่เจอ เพราะดันใช้โดเมนอันที่มันกำลังหาอยู่ (ลองนึกภาพว่า Name Server หลัก จะหาว่า Name Server ของ hellomaffia.com มันอยู่ที่ไหน แต่กลับรู้แค่ว่า มันก็อยู่ที่เครื่อง hellomaffia.com ไง ซึ่งก็ทำให้หาเครื่อง hellomaffia.com ไม่เจอซะที) ถ้าคิดว่าปัญหาเยอะ ก็ไปใช้ DNS ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตดีกว่าครับ
  • Email address ให้ใส่ที่อยู่อีเมลสำหรับเว็บมาสเตอร์ลงไปครับ ไม่ควรใช้อีเมลที่ใช้งานของคุณนะครับ เพราะอีเมลนี้จะเปิดเผยสู่สาธารณชน และอาจจะโดนสแปมเข้าได้ จะใส่อีเมลที่ไม่มีจริงลงไปก็ได้ เพราะปกติจะไม่ค่อยมีใครมาส่งหาคุณหรอกครับ ยกเว้นพวกสแปมหรือโรคจิต สำหรับผม ผมก็ใส่เป็น webmaster@hellomaffia.com ลงไป ซึ่งไม่มีอีเมลนี้จริงๆหรอก
  • Use zone template? ตรงนี้เป็นการเลือกว่าจะใช้เทมเพลตเริ่มต้นหรือเปล่า ซึ่งค่าเทพเพลตตรงนี้สามารถกำหนดได้ในเมนู Zone Default ซึ่งถ้าเลือก มันก็จะมี Record เริ่มต้นมาให้ เช่น www.hellomaffia.com แต่สำหรับของเรา เราเลือก No ไว้ตามเดิมก็ได้ครับ
  • IP Address for template records หมายถึงให้ใส่ IP Address เริ่มต้นสำหรับ Record ตามเทมเพลตที่กำหนดไว้ แต่เราไม่ได้จะใช้เทพเพลต ดังนั้นก็ปล่อยว่างไว้ตามเดิมครับ
  • Add reverses for template addresses หมายถึงจะให้ใส่ reverse record ที่ใช้แปลง IP Address เป็นชื่อเครื่อง ลงไปด้วยไหม ปกติเราจะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ปล่อยให้เป็น Yes ไว้ก็ไม่เสียหายครับ
  • Refresh time หมายถึง ระยะเวลาที่ Slave Name Server (หมายถึง Name Server เครื่องอื่นของเรา ที่ทำหน้าที่เป็น Name Server ช่วยทำงานกับ Master Name Server ตัวนี้ของเรา) จะจำค่าเดิมเอาไว้ ซึ่งปกติเราจะปล่อยให้เป็นค่าเดิมของมันไปนะครับ ไม่ต้องไปแก้อะไร
  • Transfer retry time หมายถึง ถ้าเกิด Slave Name Server ไม่สามารถขอข้อมูลจาก Name Server ของเราได้ จะให้รอนานเท่าไรก่อนที่จะลองขอข้อมูลใหม่ ซึ่งค่านี้ก็ปล่อยไว้ตามเดิมได้ครับ
  • Expiry time หมายถึง ถ้าเกิด Slave Name Server พยายามขอข้อมูลจาก Master Name Server ของเราแล้วยังไม่ได้สักที จะให้พยายามนานแค่ไหน จนกว่าจะถอดใจ เลิกรับหน้าที่เป็นตัวกลางส่งข้อมูลให้ Master Name Server ของเรา ซึ่งค่านี้ก็ปล่อยไว้ตามเดิมได้ครับ
  • Negative cache time หมายถึง จะให้เครื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Slave Name Server ของเรา จำค่าต่างๆไว้นานแค่ไหน ซึ่งค่านี้ก็ปล่อยไว้ตามเดิมได้ครับ

เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว จะประมาณนี้ครับ

bind010

จะเห็นว่าที่เราต้องกรอกจริงๆ มีแค่ 3 ช่อง คือ Domain name / Network, Master Server และ Email address แค่นั้นเองครับ อย่าลืมว่าให้กรอกเป็นโดเมนของคุณเองนะครับ ไม่ต้องมาใส่เป็น hellomaffia.com นะครับ เพราะนั่นมันโดเมนของผม เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Create ได้เลย

รอแป๊บนึง ก็จะมาที่หน้า Edit Master Zone ดังรูปครับ

หน้า Edit Master Zone

หน้า Edit Master Zone หน้านี้ เอาไว้สำหรับจัดการข้อมูลต่างๆสำหรับโดเมนของเราครับ ซึ่งหลังจากนี้เราก็สามารถเข้ามาที่หน้านี้ได้ใหม่โดยการคลิกที่ชื่อโดเมน ในหน้าเมนูหลักของ BIND DNS Server ครับ

5. สร้าง Record สำหรับ Sub Domain ให้ครบ

ที่หน้า Edit Master Zone นี้ ให้คลิกที่ไอคอนอันแรก ที่ชื่อ Address (0) เลยครับ ค่าในวงเล็บคือจำนวน Record ที่มีอยู่ ซึ่งเป็น 0 เพราะเรายังไม่ได้ใส่ข้อมูลลงไปเลยนั่นเอง

พอคลิกแล้ว เราจะมาอยู่ที่หน้า Address Records ซึ่งมีไว้สำหรับเพิ่ม Address Record เข้าไปใหม่ และแสดงรายการของ Address Record ทั้งหมด แต่เนื่องจากเรายังไม่มีเลยก็เลยยังไม่แสดงตอนนี้ครับ

Address Record

ให้ดูในส่วน Add Address Record ครับ จะเห็นว่ามีช่องต่างๆ ซึ่งแต่ละช่องมีความหมายดังนี้ครับ

  • Name หมายถึง ชื่อ Sub Domain ที่เราต้องการสร้าง ซึ่งตอนนี้เราจะปล่อยว่างไว้ เพราะว่าเราต้องการสร้างข้อมูลสำหรับกรณีที่ผู้ชมเข้าเว็บโดยพิมพ์คำว่า hellomaffia.com เฉยๆ ไม่มี www นำหน้า ครับ
  • Time-To-Live หมายถึงเวลาที่จะให้ Name Server เครื่องอื่นจำค่าเอาไว้ครับ ให้เลือก Default ตามปกติไปเลยครับ
  • Address หมายถึง IP Address ของเครื่องเรา ให้ใส่เป็น IP Address ของเครื่องเราได้เลยครับ
  • Update reverse? หมายถึง จะให้อัพเดทค่าใน Reverse DNS Zone ด้วยหรือเปล่า ให้ปล่อยไว้ตามเดิมเลยครับ

เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Create ได้เลยครับ รอสักครู่ Webmin ก็จะแสดง Record ที่เราเพิ่มไปใหม่ในส่วนล่างครับ

เพิ่ม Address Record แล้ว

ให้เราเพิ่ม Record ใหม่ สำหรับ www.hellomaffia.com อีกทีครับ โดยกรอกข้อมูลในช่อง Name เป็น www และในช่อง Address เป็น IP Address ของเรา แล้วกดปุ่ม Create อีกที เราก็จะมี Address Record อยู่สองอันเรียบร้อย ดังรูป

เพิ่ม Address Record ครบแล้ว

เมื่อเราใส่ข้อมูล Address Record ครบทั้งแบบชื่อโดเมนเฉยๆ (เช่น hellomaffia.com) และแบบมี www นำหน้า (เช่น www.hellomaffia.com) แล้ว ก็เพียงพอสำหรับการทำตัวเป็น Name Server สำหรับโดเมนแล้วครับ ให้กดที่คำว่า Apply Zone ด้านมุมบนขวาของหน้าจอเลยครับ เพื่อบอกโปรแกรม BIND DNS Server ให้เอาค่าที่เปลี่ยนแปลงนี้ไปใช้งานได้เลย ถ้าหาไม่เจอ แสดงว่าโปรแกรม BIND กำลังปิดอยู่ ให้กดที่คำว่า Start BIND แทนนะครับ

6. เอาข้อมูลไปใส่ใน Name Server ของผู้ให้บริการโดเมนเนม

เสร็จแล้วเราก็เอา IP Address หรือชื่อเครื่องของเรา ที่เรากรอกไว้ในช่อง Master Name Server (สำหรับของผมคือ ns1.jlatte.com) เอาไปแจ้งกับผู้ให้บริการจดโดเมนของเรา ว่าเราจะใช้ Name Server ตัวนี้แทนตัวเก่าครับ ถ้าเลือกได้ ให้ใส่เป็น IP Address จะปัญหาน้อยกว่าครับ ถ้ามันไม่ให้ ก็ใส่เป็นชื่อเครื่องที่เรากรอกไว้ในช่อง Master Name Server แทน ตรงนี้ผมคงไม่มีหน้าจอให้ดู เนื่องจากแต่ละเจ้าก็มีหน้าตาไม่เหมือนกันครับ

ผู้ให้บริการโดเมนบางเจ้าบอกว่าเราต้องใส่ Name Server สองอันขึ้นไปสำหรับแต่ละโดเมน ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณต้องมี VPS อีกเครื่อง แล้วก็ต้องตั้งค่าให้อีกเครื่องนั้นเป็น Slave Name Server ของเครื่องนี้อีกทีครับ ซึ่งวุ่นวายน่าดู

7. รอ

ถ้าหากคุณทำตามขั้นตอนที่บอกไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรอประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อให้ Name Server ทั่วโลกทราบว่าคุณได้เปลี่ยน Name Server สำหรับโดเมนของคุณแล้ว ระหว่างนี้คุณก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรออย่างเดียวครับ

วันนี้เราก็ได้หัดใช้งานหน้าจอโปรแกรม BIND DNS Server แล้ว คิดว่าหลังจากนี้คุณคงสามารถเพิ่ม ลบ Sub Domain ได้เองนะครับ เท่าที่เราทำในวันนี้ ก็ทำให้ VPS ของเราสามารถทำตัวเป็น Name Server สำหรับเว็บของเราได้แล้วครับ ความจริงยังมี Record อีกหลายแบบ เช่น Mail Server (MX Record) เพื่อจัดการเรื่องอีเมลสำหรับโดเมนของเรา ซึ่งผมจะมาเพิ่มเติมให้ในคราวต่อๆไปครับ

Nameserver not registered

34 thoughts on “เริ่มต้นใช้งาน Webmin ตอนที่ 2 – BIND DNS Server

  1. ลองทำตามแล้วใช้ได้ดีครับ
    ผมติดปัญหาตรงที่
    ถ้าผมอยากลง java และลงโปรแกรมอื่น ๆ
    ต้องมีขั้นตอนทำอย่างไรบ้าง
    ต้องทำผ่าน webmin หรือว่า ผ่าน putty
    รบกวนแจ้งผ่านเมล์ด้วยครับ จะได้เข้ามาอ่าน
    ขอบคุณในความรู้ที่แบ่งปัน ความรู้ดี ๆ

  2. ถ้าต้องการลง Java ใน VPS ทำได้หลายวิธีครับ

    ถ้าเป็นจาก webmin ก็เข้าเมนู System -> Software Packages แล้วเลือก Package from YUM แล้วพิมพ์ jre-1.6.0-openjdk ลงไปครับ แล้วกดปุ่ม Install แค่นั้นครับ

    หรือถ้าจะเข้าทาง putty ก็สั่ง yum install jre-1.6.0-openjdk ก็ได้ครับ

    สำหรับชื่อ package ที่ว่า jre-1.6.0-openjdk นั้น ต้องดูอีกทีว่า OS ของเรามันมี package เวอร์ชั่นอะไรให้ใช้บ้างน่ะครับ แต่ถ้าเป็น Cent OS 5.3 จะใช้ชื่อนี้ครับ

  3. สวัสดีครับ
    ผมไปเช่า vps ต่างประเทศ แล้วลองเล่นตามที่คุณแนะนำ ใช้ได้ดีมากเลย ผมอยากให้ domain ของผม ไปชี้ที่ vps ที่เช่าไว้ ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

  4. อยากให้ webmin สอนเรืองทำ wildcard ด้วยครับ ติดปัญหานี้อยู่
    ขอบคุณมากๆ

  5. กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังชอบอยู่

  6. ถ้าผมจะ Setup Gmail for Hosted Domains ที่เป็น MX record ต้องทำยังไงครับ ของ CentOS
    1 aspmx.l.google.com.
    5 alt1.aspmx.l.google.com.
    5 alt2.aspmx.l.google.com.
    10 aspmx2.googlemail.com.
    10 aspmx3.googlemail.com.
    10 aspmx4.googlemail.com.
    10 aspmx5.googlemail.com.

    ขอบคุณมากครับ

  7. อ่านแล้วดีมากครับผม ไม่ทราบว่าถ้าเซตเป็น wap.xxxx นี่เซตจาก webmin config ตรงไหนบ้างครับผม

  8. ใช้ง่ายกว่า kloxo มหาศาลเลยครับเข้าใจง่ายกว่าด้วย – -“

  9. ขอบคุณมากๆเลยคับ ใช้งานได้ดีเลย อ่านง่าย เข้าใจง่าย จะมาติดตามบทความดีๆ แบบนี้เรื่อยๆคับ

  10. ของผมไม่มี เมนู BIND ขึ้นครับ พอจะมีวีธีปก้ไขบ้างไหมครับ ขอบคุรครับ

  11. ของผมเป็น Webmin 1.530 นะครับ ขอบคุณครับ

  12. ที่ไม่ขึ้น น่าจะเป็นเพราะยังไม่ได้ลง bind ครับ ต้องใช้คำสั่ง yum install bind ก่อนนะครับ

  13. ผมไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้ครับ
    “Master server หมายความว่า Zone ที่กำลังจะสร้างอยู่เนี่ย DNS Server หลักคือเครื่องไหน ก็ให้ใส่เป็นชื่อเครื่องของเราที่กำลังจะใช้เป็น Name Server ไปเลยครับ เช่น ns1.jlatte.com แต่อย่าลืมว่าชื่อเครื่องนี้ จะต้องเป็นชื่อเครื่องที่จดโดเมนแล้ว และใช้งานใช้การได้จริงๆแล้วนะครับ ไม่ควรใส่เป็นชื่อโดเมนใหม่ที่กำลังทำอยู่ เพราะไม่งั้นเครื่อง Name Server หลักของโลกจะหา Name Server ของเราไม่เจอ เพราะดันใช้โดเมนอันที่มันกำลังหาอยู่ (ลองนึกภาพว่า Name Server หลัก จะหาว่า Name Server ของ hellomaffia.com มันอยู่ที่ไหน แต่กลับรู้แค่ว่า มันก็อยู่ที่เครื่อง hellomaffia.com ไง ซึ่งก็ทำให้หาเครื่อง hellomaffia.com ไม่เจอซะที) ถ้าคิดว่าปัญหาเยอะ ก็ไปใช้ DNS ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตดีกว่าครับ”

    คือผมสมัคร Name Server ไปที่ Godaddy แล้วครับ ทั้ง NS1 และ NS2 แล้วชี้ IP มาที่เครื่อง Server ของผมแล้ว หลังจากนี้ผมต้องทำไงต่อครับ งงครับ :(

  14. ต้องลงโปรแกรม bind (ที่ทำหน้าที่เป็น Name Server) แล้วกำหนดค่าโดเมนของเราครับ

    ถ้างง ไหนๆก็จดที่ Godaddy แล้ว ผมว่าใช้ Name Server ของ godaddy เองง่ายกว่าตั้ง Name Server เองนะครับ เวลาจะตั้งค่าก็ตั้งใน DNS Manager ของ Godaddy ได้เลย

  15. ขอบคุณครับ ผมใช้ DNS Manager ของ Godaddy เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมากๆ ครับ :)

  16. ผมทำแล้วปรากฏว่าไม่สำเร็จครับ ได้ข้อความออกมาว่าอย่างนี้ครับ …
    Failed to start BIND : Starting named: Error in named configuration: zone localhost/IN: loading from master file named.localhost failed: file not found zone localhost/IN: not loaded due to errors. _default/localhost/IN: file not found zone 1.0.0.127.in-addr.arpa/IN: loading from master file named.loopback failed: file not found zone 1.0.0.127.in-addr.arpa/IN: not loaded due to errors. _default/1.0.0.127.in-addr.arpa/IN: file not found zone spns.ac.th/IN: loaded serial 1386389008 zone 45.73.19.61.in-addr.arpa/IN: loaded serial 1386389849 [FAILED]
    ทำยังไงดีครับ ขอบคุณครับ

  17. จาก ข้อ 7 (รอ)
    …..ความจริงยังมี Record อีกหลายแบบ เช่น Mail Server (MX Record) เพื่อจัดการเรื่องอีเมลสำหรับโดเมนของเรา ซึ่งผมจะมาเพิ่มเติมให้ในคราวต่อๆไปครับ

    ทางโรงเรียนได้ไปอบรม google apps เพื่อใช้งาน education
    …โดย ร.ร. set server มาเอง ตอนนี้ ใช้งาน webmin… อยู่
    แต่ไม่มีความรู้การกำหนด mx record เลย
    (ตอนนี้ สามารถส่ง e-mail ออกผ่าน Google ได้
    แต่ไม่สามารถ รับ e-mail กลับเข้าใส google ได้)

    ขอรบกวนด้วย สำหรับใครมีความรู้
    ….
    ขอแสดงความนับถือ

    ครู คอมพิวเตอร์

  18. จากขั้นตอนที่ 1 รูปที่ 1 ผมเลือกตามภาพ มันขึ้นแบบนี้อ่ะครับ ไม่ทราบว่าผิดตรงไหนครับ

    Download failed : Failed to open /usr/local/etc/namedb/var/run/named/pid for writing : No such file or directory

  19. Start BIND แล้วปรากฏดังนี้ครับ
    Failed to start BIND : sh: /etc/rc.d/init.d/named: No such file or directory

    ตามไปดูก็ไม่มีไฟล์นี้จริงๆ ต้องทำอย่างไรครับ

  20. when you think of how much time went into setting up the camera then acting everything out (i.e. getting out of the car, waiting at the dr. office, etc) — WHAT THE FUCK. so crazy. i would love to be a fly on the wall watching other people’s reactions to this fuckery. too bad we can’t hear the lowe’s employee’s inner monologue.

  21. Weronica skriver:Superfin web-shop. Och jättegulligt att du blandar norska och svenska. Hihi. Men det skulle ha varit en kategori där man kunde välja tex ”se alla” och sÃ¥ kom alla smycken/kläder/interiör upp allt eftersom man vill se. Nu mÃ¥ste man gÃ¥ in pÃ¥ varje sak. Hoppas du förstÃ¥r vad jag menar

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *